Multimedia Phone ในระบบ CDMA ครบทุกความต้องการในเครื่องเดียว
ด้วยเทคโนโลยีสื่อสารแบบไร้สายที่ตอบสนองทุกการใช้งานอย่างจุใจ อาทิ เครื่องเล่น mp3
FM Stereo, Digital Camera และ Internet Modem
ระบบเชื่อมต่อ - ส่งผ่านข้อมูล (Data Transfer) USB Port
- การใช้งาน Internet WAP 2.0
- รับส่งข้อความ SMS , SOS
การเชื่อมต่อผ่านสายดาตต้าลิงค์
- อัพโหลด/ดาว์นโหลด ไฟล์ข้อมูล, เพลง, ภาพ
- เชื่อมต่อแบบ USB 100% plug and play
- ระบบชาร์ตในตัวผ่านพอร์ต USB มีไฟเลี้ยงเข้าตัวเครื่องซึ่งช่วยได้มากเวลาต่ออินเตอร์เน็ต
แบตเตอรี่ไม่หมดไว
- พร้อมไดรเวอร์และซอฟแวร์
- คู่มือการใช้งานภาษาไทย
- รองรับ windows XP, Vista
จุดเด่น
- Internet Modem 153.6 Kbps. ในตัวเครื่อง
- วิทยุ FM Stereo
- กล้องดิจิตอลความละเอียด 0.3 Mpixels, Digital zoom 3x
-รองรับหน่วยความจำภายนอก Micro SD Car
กสท จัดทำรายการส่งเสริมการขาย (Soft Launch)
รุ่น ETS1201 Series ใช้ความถี่ที่ 800 MHz
โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้
- Port RJ11 2 port สามารถต่อเข้าโทรศัพท์บ้านได้
- DB9 COM interface สามารถต่อเข้ากับ CPU
เพื่อใช้สำหรับ DATA, อินเทอร์เน็ต และ PC FAX
ความสามารถในการใช้งานมี 4 ฟังก์ชั่น ดังนี้
1. Voice สามารถใช้รับสายเข้าและโทรออก
2.
DATA สามารถใช้ต่อ Internet และส่ง PC Fax
ความเร็ว 153.6 Kbps/38.4 Kbps(Downlink/Uplink)
3. G3 Analog Fax สามารถต่อเข้าเครื่อง Fax พร้อมใช้งานได้
ซึ่งต่างกับ PC Fax ตรงที่ต้อง ต่อเข้า Modem โดยใช้ PC
เป็นตัวส่งหรือรับข้อมูล
4. Polarity reverse signal ใช้ต่อกับโทรศัพท์สาธารณะเพื่อ
ส่งสัญญาณคิดค่าใช้จ่ายในการใช้สาย
ETS1200/1201 Series แตกต่างกันที่ ETS1201 สามารถใช้ G3 Fax ได้
คุณสมบัติและจุดเด่น ETS1000 Series FWT (T-type) - คุณภาพเสียงดี
-
รองรับ 8k EVRC และ 13k OCELP
- รองรับการใช้งานบริการต่าง ๆ เช่น โชว์เบอร์เรียกเข้า , ใช้โอนสาย, พักสาย, คุย 3 สาย
- รองรับ Packet Data Service อัตราสูงสุดคือ 153.6 Kbps/38.4 Kbps
(Downlink/Uplink)
- รองรับ Circuit Data Service อัตราสูงสุดคือ 14.4 Kbps
- รองรับการใช้เครื่อง PC Digital Fax
- รองรับการใช้เครื่อง G3 Analog Fax ( เฉพาะรุ่น ETS1201)
- เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่เสียบติดกับตัวเครื่อง
2. ETS 2000 Series FWT (Phone type)
ETS 2000 Series FWT (Phone type) มีลักษณะคล้ายโทรศัพท์บ้านธรรมดาที่จัดอยู่ในระบบ
CDMA ใช้งานโดยการใส่ซิมการ์ด (RUIM Card)
ซึ่งแตกต่างกับ ETS 1000 Series ที่ไม่มีหูฟัง
แป้นกด และหน้าจอ
ความสามารถในการใช้งานมี 3 ฟังก์ชั่น ดังนี้
1.
Voice Service สามารถใช้รับสายเข้าและโทรออก
2. DATA Service สามารถใช้ต่อ Internet และส่ง PC Fax
ความเร็ว 153.6 Kbps/38.4 Kbps (Downlink/Uplink) 3. สามารถส่ง SMS ได้
3. Mobile Phone (HUAWEI C5300 CDMA 1x Mobile Phone) ข้อมูลตัวเครื่อง
- ระบบ CDMA2000 1x(CDMA 800 MHz)
- จอแสดงผล 65,536 สี
- ขนาด 102 mm x 44 mm x 18 mm น้ำหนักประมาณ 90 g (รวมแบตเตอรี่)
- สีขาว
1. การบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ 1.1 กด MENU เพื่อเข้าสู่เมนู
1.2 เลือก Phone Book จากนั้นกด OK
1.3 เลือก Add และกด OK
1.4 ให้ใส่หมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการบันทึก และกด OK
1.5 ใส่ชื่อที่ต้องการบันทึก และกด OK หมายเหตุ : การบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ สามารถที่จะเลือกบันทึกได้ใน R-UIM Card หรือ เครื่อง
Fixed Wireless Terminal(FWT) ได้โดยหลังจากเลือกที่ Phone Book * เลือก Momery และกด OK
* แล้วเลือก
Phone : ถ้าต้องการบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ไว้ที่ FWT
RUIM : ถ้าต้องการบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ใน R-UIM Card
* กด OK
2. การค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ใน 2.1 กด MENU เพื่อเข้าสู่เมนู
2.2 เลือก Phone Book จากนั้นกด OK
2.3 เลือก View และกด OK
2.4 ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการ และกด OK
3. การปรับปรุงและการแก้ไข 3.1 กด MENU เพื่อเข้าสู่เมนู
3.2 เลือก Phone Book จากนั้นกด OK
3.3 เลือก View และกด OK
3.4 ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการปรับปรุงหรือแก้ไข และกด OK
เพื่อแสดงรายละเอียด
3.5 กด OK แล้วเลือก Modify และกด OK
3.6 ทำการปรับปรุงแก้ไขหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการ และกด OK
3.7 ทำการแก้ไขชื่อของหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการ และกด OK
4. การลบหมายเลขโทรศัพท์ * การลบหมายเลขโทรศัพท์ทีละรายการ
1. กด MENU เพื่อเข้าสู่เมนู
2. เลือก Phone Book จากนั้นกด OK
3. เลือก View และกด OK
4. ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการจะลบ และกด OK
5. กด OK และเลือก Delete
6. กด OK เพื่อยืนยันการลบ
* การลบหมายเลขโทรศัพท์ทั้งหมด
1. กด MENU เพื่อเข้าสู่เมนู
2. เลือก Phone Book จากนั้นกด OK
3. เลือก Delete All และกด OK
4. กด OK เพื่อการลบ หรือ กด END เพื่อออกจากเมนู
1. หมายเลขที่ได้รับสาย 1.1 กด MENU เลือก Record และกด OK
1.2 เลือก Received และกด OK
1.3 เลือกเลขหมายที่ได้รับสาย และกด OK
1.4 สามารถเลือก Option ได้ดังนี้ * Dial : เพื่อต้องการที่จะโทรออกด้วยเลขหมายนี้
* Delete : เพื่อทำการลบเลขหมายที่ได้รับสายนี้
* DeleteAll : เพื่อทำการลบเลขหมายที่ได้รับสายทั้งหมด ที่ได้เก็บบันทึกไว้
กด OK เพื่อยืนยัน หรือ กด END เพื่อออกจากเมนู
* Save : เพื่อทำการบันทึกเลขหมายนี้ โดยกำหนดชื่อของเลขหมาย และกด
OK เพื่อยืนยันการบันทึกเลขหมาย
2. หมายเลขที่ไม่ได้รับสาย 2.1 กด MENU เลือก Record และกด OK
2.2 เลือก Missed และกด OK
2.3 เลือกเลขหมายที่ไม่ได้รับสาย และกด OK
2.4 สามารถเลือก Option ได้ดังนี้
* Dial : เพื่อต้องการที่จะโทรออกด้วยเลขหมายนี้
* Delete : เพื่อทำการลบเลขหมายที่ไม่ได้รับสายนี้
* Delete All : เพื่อทำการลบเลขหมายที่ไม่ได้รับสายทั้งหมด ที่ได้เก็บบันทึกไว ้
กด OK เพื่อยืนยัน หรือ กด END เพื่อออกจากเมนู
* Save : เพื่อทำการบันทึกเลขหมายนี้ โดยกำหนดชื่อของเลขหมาย และกด OK
เพื่อยืนยันการบันทึกเลขหมาย
3. หมายเลขที่โทรออก 3.1 กด MENU เลือก Record และกด OK
3.2 เลือก Dialled และกด OK
3.3 เลือกเลขหมายที่ได้โทรออก และกด OK
3.4 สามารถเลือก Option ได้ดังนี้
* Dial : เพื่อต้องการที่จะโทรออกด้วยเลขหมายนี้
* Delete : เพื่อทำการลบเลขหมายที่ได้โทรออกนี้
* Delete All : เพื่อทำการลบเลขหมายที่ได้โทรออกทั้งหมด ที่ได้เก็บบันทึกไว้
กด OK เพื่อยืนยันหรือกด END เพื่อออกจากเมนู
* Save : เพื่อทำการบันทึกเลขหมายนี้ โดยกำหนดชื่อของ เลขหมาย และกด OK
เพื่อยืนยันการบันทึกเลขหมาย
1. การอ่านข้อความ เมื่อมีการรับข้อความใหม่ที่หน้าจอโทรศัพท์จะมีรูปซองจดหมายแสดงขึ้น
พร้อมกับมีเสียงปี๊บ โดยสามารถเข้าไปอ่านได้ ตามขั้นตอนดังนี้ 1.1 กด MENU เลือก Messages และกด OK
1.2 เลือก Inbox และกด OK
1.3 เลือกข้อความที่ต้องการ และกด OK เพื่ออ่านรายละเอียด
1.4 กด OK เพื่อเข้า Option Menu
* Reply : หลังจากที่ได้อ่านเนื้อหาในข้อความแล้ว กด OK ซึ่งจะปรากฏเลขหมาย
ที่ต้องการส่งกลับ และให้กด OK กับเลขหมายที่ต้องการจะส่งกลับ จากนั้นกด OK
เพื่อยืนยัน
* Forward : ที่หน้าจอจะแสดงข้อความที่ต้องการจะส่งต่อ กด OK ที่เลขหมาย
ที่ต้องการจะส่งต่อ ( หรือ กด MENU เพื่อค้นหาเลขหมายที่ต้องการจะส่งต่อ )
จากนั้นกด OK เพื่อยืนยัน
* Dial : หากต้องการที่จะโทรออกด้วยเลขหมายนี้
* Save : หากต้องการที่จะเก็บบันทึกเลขหมายนี้ โดยกด OK เพื่อยืนยัน
การเก็บบันทึกลงใน
Phone Book
* Delete : เพื่อทำการลบข้อความนี้ออก
* Delete All : เพื่อทำการลบข้อความทั้งหมดใน Inbox ออก โดยกด OK
เพื่อยืนยันการลบ หรือ กด END เพื่อออกจากเมนู
1.5 กด OK หรือ กด OK เพื่อที่ต้องการอ่านข้อความใหม่
2. การเขียนข้อความ 2.1 กด MENU เลือก Messages และกด OK
2.2 เลือก New Message และกด OK
2.3 ทำการเขียนข้อความที่ต้องการ และกด OK
2.4 ใส่เลขหมายที่ต้องการจะส่งไป โดยสามารถทำได้ดังนี้
สามารถใส่เลขหมายที่ทราบได้เลย และกด OK หรือ กด MENU
เพื่อค้นหาเลขหมายที่ต้องการจะส่งไป และกด OK 2.5 ทำเลือกลักษณะการส่งที่ต้องการ โดยแบ่งเป็น
* Normal : การส่งข้อความแบบปกติ
* Urgent : การส่งข้อความแบบเร่งด่วน
* Emergency : การส่งข้อความแบบฉุกเฉิน 2.6 กด OK เพื่อยืนยันการส่งข้อความ
3. การรับข้อความแบบมีเสียง เมื่อมีการรับข้อความแบบมีเสียง ที่หน้าจอจะแสดง
สัญลักษณ์รูปซองจดหมายแบบมีเสียง โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ดังนี้ 3.1 กด MENU เลือก Messages และกด OK 3.2 เลือก VoiceMail และกด OK ซึ่งถ้ามีข้อความแบบมีเสียง ที่หน้าจอจะแสดง
ถึงสิ่งที่ทำให้ทราบของข้อความแบบมีเสียง หมายเหตุ : โดยในการใช้ Voice Mail นี้ จะต้องขึ้นอยู่การตั้งค่าให้สามารถรองรับ
การใช้งานแบบ Voice Mail ได้
4. การเข้าไปดูข้อความที่ถูกส่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อความที่สามารถส่งออกไปได้สำเร็จหรือไม่ก็ตาม
ข้อความทั้งหมดนี้จะถูกเก็บบันทึกไว้ในส่วนของ Outbox 4.1 กด MENU เลือก Messages และกด OK 4.2 เลือก Outbox และกด OK
4.3 เลือกข้อความที่ได้เคยส่งออกไปแล้ว และกด OK เพื่อต้องการดูรายละเอียดของข้อความ
4.4 กด OK และเพื่อเข้าสู่ Option Menu โดยมีรายละเอียดดังนี้ * Forward : ซึ่งจะแสดงข้อความที่ต้องการจะส่งต่อโดยสามารถปรับปรุงแก้ไข
เนื้อหาในข้อความได้ จากนั้นให้กด OK ตามด้วยเลขหมายที่ต้องการจะส่งต่อ
ซึ่งเลขหมายที่ต้องการจะส่งต่อนั้น สามารถเลือกได้จากการกด MENU
เพื่อค้นหาเลขหมายที่ต้องการ จากนั้น กด OK เพื่อยืนยันการส่งข้อความ
* Delete : เพื่อทำการลบข้อความออก
4.5 กด OK
5. การตั้งค่าในการใช้งาน 5.1 กด MENU เลือก Messages และกด OK
5.2 เลือก Setting และกด OK
5.3 สามารถเลือก Option ได้ดังนี้
* Valid Period : เป็นการกำหนดเวลาในการส่งข้อความ ซึ่งสามารถกำหนดให้มี การส่งข้อความตามเวลาได้ดังนี้ 8 ชั่วโมง, 24 ชั่วโมง, 3 วัน, 1 สัปดาห์ หรือมากกว่านี้
โดยค่าเริ่มต้นจะถูกตั้งไว้ที่ 8 ชั่วโมง หลังจากตั้งค่าแล้ว กด OK เพื่อทำการบันทึก * Nontification: เป็นการแจ้งการส่งข้อความที่ทำการส่งออกไปว่าส่งได้สำเร็จ
โดยการเลือก On หรือ Off แล้วกดปุ่ม OK เพื่อทำการบันทึก * Call Back Num : เป็นการแสดงเลขหมายโทรศัพท์ เมื่อได้รับข้อความ
ซึ่งสามารถโทรออกหรือบันทึกเลขหมายโทรศัพท์
* Retransfer : เป็นการระบุข้อความที่ส่งไม่สำเร็จ ให้มีการส่งใหม่อีกครั้ง โดยกำหนดได้
2
กรณี คือ
- Retry Time ซึ่งเป็นการระบุเวลาใน การส่ง 1 ครั้ง ,3 ครั้ง , 5 ครั้ง หรือไม่มีกำหนด
- Retry Period เป็นการตั้งเวลาให้มีการส่งใหม่ภายในเวลา 1 นาที 3 นาที และ 5 นาที
5.4 กดปุ่ม OK
การตั้งค่าของเครื่อง FWT
1. การปรับความดังของเสียงเรียกเข้า
สามารถปรับได้ 4 ระดับเสียง ดังนี้
1.1 กด MENU เลือก Setting และกด OK
1.2 เลือก Common และกด OK
1.3 เลือก Volume Setting และกด OK
1.4 เลือก Ring Volume และกด OK
1.5 เลือกระดับของเสียงตามที่ต้องการ และกด OK
2. การปรับระดับเสียงของ SMS 2.1 กด MENU เลือก Setting และกด OK
2.2 เลือก Common และกด OK
2.3 เลือก Volume Setting และกด OK
2.4 เลือก SMS Volume และกด OK
2.5 เลือกระดับของเสียงตามที่ต้องการ และกด OK
3. การเลือกภาษา 3.1 กด MENU เลือก Setting และกด OK
3.2 เลือก Personal และกด OK
3.3 เลือก Language ( ซึ่งจะมีให้เลือกอยู่ 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน)
3.4 กด OK
4. การตั้งรหัส 4.1 กด MENU เลือก Setting และกด OK
4.2 เลือก Personal และกด OK
4.3 เลือก Password โดยให้ใส่รหัสเดิม 4 ตัว ( คือ 0000 )
4.4 ให้ใส่รหัสใหม่ 4 ตัว และใส่ซ้ำอีกครั้ง เพื่อเป็นการยืนยัน โดย FWT จะทำการบันทึก
ให้อัตโนมัติ และกลับไปที่ Setting
5. การเลือกแบบเสียงเรียกเข้า 5.1 กด MENU เลือก Setting และกด OK
5.2 เลือก Personal และกด OK
5.3 เลือก Ring Type และกด OK
5.4 เลือกแบบเสียงที่ต้องการ ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 11 เสียง แล้วกด OK
(1) Battery LED : ในกรณีที่ไม่ได้ต่อสาย Power Supply
หาก LED เป็นสีเขียว แสดงว่า แบตเตอรี่มีไฟเต็ม
ถ้า LED เป็นสีส้ม แสดงว่า แบตเตอรี่มีไฟปานกลาง
แต่ถ้า LED เป็นไฟกระพริบ
สีส้ม แสดงว่า แบตเตอรี่มีไฟอ่อนควรที่จะชาจน์ไฟ
ให้กับเครื่อง T-Type
Battery LED : ในกรณีที่ต่อสาย
Power Supply
หาก LED เป็นสีส้มแสดงว่า กำลังชาจน์
และหาก LED เป็นสีเขียวแสดงว่า
การชาจน์ได้เสร็จสิ้นแล้ว
(2) Receive single strenhth LED : ถ้าเป็น LED สีเขียวทั้ง 4 ดวง แสดงว่า
สัญญาณเต็ม
(3) Power LED : ถ้า LED เป็นสีเขียว แสดงว่ามีการใช้งานที่ชาจน์ไฟ
NOTEBOOK INSTALLATION (SIERRA WIRELESS Air Card AC 580)
คำเตือน ในการติดตั้ง Software : ห้ามเสียบ Card ก่อนที่จะมีการติดตั้ง Software
ของเครื่อง Warning : Install the notebook software before Inserting the Sierra Wireless Air
Card (R) 580 Wireless WAN Modem In the PCMCIA Slot.
การติดตั้งสามารถใช้ได้กับโปรแกรม XP Windows 2000 Windows 98 Windows
Millennium โดยใช้ CD ติดตั้งก่อน ขั้นตอนแรกต้องติดตั้ง Software ที่เครื่อง Notebook
ให้เลือกที่
Notebook Installation > Notebook Software Installation > Click ที่ ปุ่ม Next
และทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆจากนั้นจะเป็นการเตือนห้ามเสียบ Card ที่เครื่อง
Warning : Install the notebook software before Inserting the Sierra Wireless
Air Card (R) 580 Wireless WAN Modem in the PCMCIA Slot. ถ้าหากไม่ได้เสียบ Card
ไว้ สามารถ Click ปุ่ม OK ได้เลย กรณีที่บางเครื่องมีการติดตั้งโปรแกรม Anti Virus ไว้ซึ่งเป็น
กรณีพิเศษ อย่างเช่น Norton จะจับ Script ที่ Install เป็น Script ที่อันตรายแต่ในความเป็นจริงแล้ว
เป็นภาวะปกติ ดังนั้นต้องเลือก Authorize this script เลือกลำดับล่างสุด
Click ปุ่ม OK ให้ Install
ตามปกติ จนกระทั่ง Software แสดงข้อมูลขึ้นมาให้ Insert Card ได้
" Please insert Your Sierra Wireless Air Card (R) 580" จึงเสียบ
Card
ในขั้นตอนนี้แล้ว Click ปุ่ม OK รอสักครู่ขณะเครื่องกำลัง Search หา Driver อยู่
เมื่อทำรายการ
เสร็จจะมี Icon ของ Air Card 580 Watcher ขึ้นมาหากเสียบ Card ก่อนจะไม่ทำให้
Card
เสียหาย แต่จะทำให้กระบวนการติดตั้ง Driver มีปัญหา โดยจะต้องทำการ Remove ออกแล้ว
ต้องลงใหม่อีกครั้ง
การเสียบ Card ก่อน ก็เปรียบเหมือนกับเราเสียบอุปกรณ์ทั่วไป ซึ่งพยายามหา Driver แต่ก็หา
ไม่พบ ซึ่งถ้าเป็นช่างที่มีความชำนาญอาจจะ Search จากแผ่น CD หรือค้นหาในเครื่องที่เก็บ Driver
ตัวนั้นไว้ ก็สามารถทำได้
DISCONNECTING AND REMOVING
ขั้นตอนการเลิกใช้โปรแกรม ปิดที่ตัว Air Card 580 Watcher ก่อน จากนั้นปรากฏหน้าต่าง
การเตือนขึ้นให้ Click ปุ่ม Continue หรือถ้าไม่ต้องการให้แสดงการเตือน ก็Click ที่ช่อง Do not
show this warning again. แล้ว Click ปุ่ม Continue จะปรากฏอีกหน้าต่างให้ Eject Card
ไปที่ Safely Remove ถ้าไม่ต้องการให้แสดงการเตือนอีกก็ Click ที่ช่อง Do not show this
warning again. แล้ว Click ปุ่ม Continue เป็นขั้นตอนการปิดโปรแกรม แต่ยังดึง Card ออกไม่ได้
ให้เลือกที่ Safely Remove Lucent USB Open Host Controller ( สำหรับโปรแกรม XP)
เช่นเดียวกับการ Safe Handy Drive
การเสียบ Card เข้าที่เครื่อง Notebook นั้น จะพบว่ามีส่วนของ Card ที่ยื่นออกมานอกตัวเครื่อง
Notebook ดังนั้นเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว จึงต้องถอด Card ออกทุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ไปกระทบ
กระแทกกับสิ่งอื่นได้
CONNECT TO THE INTERNET
Watcher Software เป็นโปรแกรมเฉพาะสำหรับ Sierra Wireless Aircard เป็นโปรแกรม
ที่สามารถจัดการ Connection ต่างๆ และเมนูต่างๆ
Modem ของ Sierra Wireless มีชื่อเรียกว่า Air Card และ Sierra Wireless Air Card
(R) 580 เป็นชื่อรุ่นของ Modem
1. Notebook PC Notebook ต้องมีPCMCIA Slot เสียบ Air Card เข้าไปสามารถใช้งานได้
2. Desktop PC Air Card สามารถใช้งานได้กับเครื่อง PC ซึ่งบางบริเวณที่ไม่มีสายเชื่อมต่อ หรือไม่มี Notebook
ต้องใช้อุปกรณ์เสริมในการเชื่อมต่อ เรียกว่า PCI Adaptor เสียบที่ CPU ที่ตัว Mainboard
จะแปลงให้มีช่อง PCMCIA อีก 1 ช่อง ราคาต่ำกว่า 1,000 บาท
3. Home or Office Wireless การทำงานใช้แทนตัว ADSL ใช้ตัว Mobile Bit MB 6000 ลักษณะรูปทรงคล้ายปีรามิด
มีรัศมี 150 เมตร นำ Air Card เสียบเข้าไปที่ตัวนี้สามารถทำงานได้ทันที ด้านออกของเครื่อง
จะทำหน้าที่กระจายสัญญาณ WI-FI ออกมา สามารถใช้ได้กับเครื่อง Pocket PC หรือ
Notebook
โดยใช้สัญญาณ WI-FI และใช้ Air Card ต่อ Internet ออกไป Share กันใน
ระหว่าง LAN ได้ เป็น
Office ที่ไร้สาย หรือจะไม่ใช้ WI-FI ก็ได้ อุปกรณ์ตัวนี้สามารถออก
มาเป็นสาย LAN ปกติก็ได้
ราคาประมาณหมื่นกว่าบาท
4. Twin WAN Router การทำงานใช้แทนตัว ADSL ใช้ตัว Mobile Bit MB 6000 ลักษณะรูปทรงคล้ายปีรามิด นำ Air
Card เสียบเข้าไปที่ตัวนี้ และเสียบกับตัว ADSL Modem ผ่านเข้าที่ตัว Twin WAN Router
คือมี connection 2 ตัวเป็น Back up ซึ่งกันและกัน โดยใช้ ADSL เป็นหลัก ในกรณีที่สาย
มันขาด
หรือไม่มีสัญญาณตัวนี้จะทำการ Back up ไปใช้ตัว EV DO Air Card ได้ อีกทั้ง
สามารถต่อออกเป็น
Local LAN ได้ด้วย